The Moon ดาวบริวารดวงเดียวของโลก

The Moon ดาวบริวารดวงเดียวของโลก

โลกที่เราอาศัยอยู่ในปัจจุบันเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวในระบบสุริยะ ที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะในการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตต่างๆ และโลกของเรานั้นมีดวงดาวบริวารเพียงดวงเดียวคือดวงจันทร์ ดวงจันทร์มีพื้นผิวขรุขระ มีสถานะเป็นของแข็ง การที่เรามองเห็นดวงจันทร์ได้ เพราะว่าดวงจันทร์ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ มันไม่มีแสงสว่างในตัวเอง ยานลำแรกที่ไปยังดวงจันทร์คือยาน ลูนา 2 ของประเทศรัสเซีย ในปี ค.ศ.1959 ต่อมาได้ส่งมนุษย์ไปด้วยในยาน อะพอลโล 11 ซึ่งมนุษย์ที่เหยียบดวงจันทร์คนแรกคือ นีล อาร์มสตรอง ยานลำนี้ถูกส่งไป เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ.1969 การไปยังดวงจันทร์ครั้งนี้ทำให้เราทราบว่าบนดวงจันทร์ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ และทราบว่าดวงจันทร์มีอายุมากถึง 4,600 ล้านปี โดยอ้างอิงจากหินบนดวงจันทร์นั่นเอง

ดวงจันทร์อยู่ห่างจากโลกประมาณ 380,000 km. มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2,160 ไมล์ มีน้ำหนักประมาณ 0.0123 เท่าของโลก โคจรเป็นวงรี หมุนทวนเข็มนาฬิกา ด้วยความเร็วประมาณ 1.022 km/s  การโคจรรอบโลกของดวงจันทร์ทำให้เกิดเดือนดาราคติ  โดยอาศัยตำแหน่งของดวงดาวเป็นอ้างอิงในการหมุนรอบโลกของดวงจันทร์ ซึ่งก็พบว่าใน 1 รอบ ใช้เวลา 27.32166 วัน

อิทธิพลของ The Moon ที่มีต่อ The Earth

สังเกตว่าในแต่วันเราจะเห็นดวงจันทร์ในขนาดที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่เสี้ยวยันเต็มดวง นั่นเป็นเพราะว่าดวงจันทร์ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง แต่ที่เรามองเห็นเพราะเกิดจากแสงของดวงอาทิตย์ที่ส่องมายังดวงจันทร์ ซึ่งมันก็แล้วแต่ว่าดวงจันทร์จะหันส่วนที่ได้รับแสงมายังโลกเท่าไร ด้านสว่างได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ ส่วนด้านมืดคือด้านตรงข้ามที่เกิดเงาจากตัวของดวงจันทร์เอง  ปรากฏการนี้เรียกว่าปรากฏการณ์ ข้างขึ้น ข้างแรม (The Moon’s Phases) การที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลก ทำให้เกิดมุมระหว่าง โลก-ดวงจันทร์-ดวงอาทิตย์ เปลี่ยนไปวัน 12 องศา ส่วนวิธีการสังเกต The Moon’s Phases ให้สังเกตดังนี้

  • Full moon วันขึ้น 15 ค่ำ สามารถมองเห็นดวงจันทร์แบบเต็มดวงได้ในเวลา 18:00 น. จากทิศตะวันออก แต่ด้วยเหตุที่ว่า ดวงจันทร์โคจรรอบโลก 1 รอบใช้เวลาถึง 29.5 วัน ทำให้ในบางเดือนนั้น วันขึ้น15 ค่ำ ดวงจันทร์ก็อาจจะไม่ขึ้นแบบเต็มดวงก็ได้
  • Waning Moon ข้างแรม ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์ก่อนพระอาทิตย์ตก
  • New Moon วันแรม 15 ค่ำ ช่วงนี้ดวงจันทร์ขึ้นและตกพร้อมๆ กับดวงอาทิตย์ ลักษณะที่เห็นช่วงนี้เราจะมองเห็นเงามืดของดวงจันทร์เพราะดวงจันทร์จะอยู่ระหว่าง earth กับ sun
  • Waxing Moon ข้างขึ้น เป็นช่วงที่เรามองเห็นดวงจันทร์ตอนเช้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น

และอิทธิพลของดวงจันทร์ด้านต่อไปก็คือ การเกิดน้ำขึ้น น้ำลง ในขณะที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์นั้น ดวงจันทร์ก็โคจรรอบโลก ทำให้ทั้งสามดาวนี้เกิดแรงโน้มถ่วงต่อกัน ส่งแรงดึงดูดส่งผลกระทบต่อน้ำทะเลบนพื้นโลก ให้มีระดับสูงขึ้น และลดลง