ทำไมถึงมองดวงอาทิตย์ด้วยตาป่าวไม่ได้

ทำไมถึงมองดวงอาทิตย์ด้วยตาป่าวไม่ได้

แสงพระอาทิตย์ประกอบด้วยคลื่นรังสีอัลตราไวโอเลตเป็นจำนวนมาก และมีพลังงานมหาศาลล้วนเป็นอันตรายต่อดวงตาหากว่ามองด้วยตาเปล่านานๆ เพราะรังสีที่แผ่ลงมานั้นมีความสว่างเกินกว่าที่ดวงตาเปล่าๆ จะเพ่งมองดูได้ มาดูว่าแสงจากพระอาทิตย์มีอันตรายมากเพียงใด ทำไมถึงมองดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่าไม่ได้

ความอันตรายของดวงอาทิตย์หากมองด้วยตาเปล่า

ดวงอาทิตย์เป็นเป็นดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ มีขนาด 99.86% ของมวลทั้งหมดในระบบสุริยะจักรวาล ใหญ่กว่าโลกถึง 3.3 แสนเท่า ถ้าเปรียบดวงอาทิตย์เป็นลูกวอลเลย์บอล โลกของเราจะเล็กเท่ากับเม็ดถั่ว อุณหภูมิพื้นผิวดวงอาทิตย์สูงถึง 5,504 องศาเซลเซียส ดวงอาทิตย์ส่องสว่างด้วยปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่นที่มีพลังงานมากถึง 386,000,000 เมกะวัตต์ ทำให้แสงจากดวงอาทิตย์เดินทางมายังโลกอย่างรวดเร็วเพียงแค่ 8 นาทีเท่านั้น จักษุแพทย์จึงให้คำแนะนำว่าไม่ควรจ้องมองพระอาทิตย์นานเกิน 5 วินาที เพราะรังสีอัลตราไวโอเลตมีอันตรายต่อดวงตา ทำลายกระจกตาดำ เลนส์แก้วตา ประสาทตา และอาจทำให้ตาบอดได้

ปกติเราไม่ควรมองดวงอาทิตย์โดยตรง เพราะมีคลื่นแสงรังสีอัลตราไวโอเลต รังสีอินฟราเรด และคลื่นรังสีอีกมาก แต่โดยธรรมชาติคลื่นเหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน และพลังงานต่างๆ ดวงตาของเราจึงเหมือนกับเลนส์นูนที่รวมแสงจากดวงอาทิตย์จุดไฟเผากระดาษได้ อธิบายง่ายๆ หากเพ่งดวงอาทิตย์มากเท่าไหร่ยิ่งรับแสงโดยตรง ทำให้แสงและคลื่นรังสีเหล่านั้นตกลงบริเวณจอประสาทตา เกิดการอักเสบของกระจกตาและจอประสาทตา ที่กล่าวว่าดวงตาถูกเผาไหม้นั้นเอง

ใช้อุปกรณ์มองดวงอาทิตย์ให้ดวงตาปลอดภัย

  1. กล้องโทรทรรศน์ที่ติดแผ่นกรองแสงสำหรับดูดวงอาทิตย์
  2. แว่นดูดวงอาทิตย์ / แว่นสุริยะผ่านการติดแผ่นกรองแสงแบบพิเศษ
  3. ดีวีดี ที่ไม่มีลวดลาย ปิดรูตรงกลางทึบสนิทก็สามารถนำมาส่องแทนได้แล้ว แต่ไม่ควรนำแผ่นซีดีมาใช้ เพราะเคลือบฟิล์มบางเกินไป
  4. กระจกช่างเชื่อมเบอร์14

อุปกรณ์ทั้งหมดนี้นำมาส่องดูดวงอาทิตย์ได้ และใช้ส่องดูปรากฏการณ์สุริยุปราคาได้ตามคำแนะนำของจักษุแพทย์

อาการจากการเพ่งดวงอาทิตย์ที่ต้องเลี่ยง

  1. ไม่สบายตา ปวดตา
  2. ตาพร่ามัว มองเห็นภาพแบบเบลอๆ โฟกัสภาพไม่ได้ ยิ่งเพ่งสายตายิ่งทำให้รู้สึกปวดตามากขึ้นด้วย
  3. เกิดจุดดำที่กลางภาพ ถ้ามองหน้าใครจะไม่เห็นหน้าแต่จะเห็นเป็นจุดดำแทน หากปล่อยไว้นานอีก 4-6 ชั่วโมง จะมีอาการกระจกตาอักเสบ แสบตาน้ำตาไหล ตาแดงสู้แดงสู้แสงไม่ได้
  4. จุดศูนย์กลางจอรับภาพ Macula อาจเกิดเป็นรู ทำให้ไม่เห็นภาพตรงกลาง เรียกง่ายๆก็หมายความว่าตาบอดเลยก็ได้

สิ่งที่ต้องคำนึงไว้เสมอคือแสงจากดวงอาทิตย์จะตกมายังดวงตาได้โดยตรง คือช่วงเวลาเย็น 16.00 – 17.00 นาฬิกา หากขับรถในเวลานี้ควรสวมแว่นตากันแดดด้วย ป้องกันแสงที่เป็นอันตรายต่อดวงอาทิตย์และมีความปลอดภัยในการขับขี่